Tokamachi : เมืองอาร์ตแห่งนีงาตะ ถ่ายรูปมุมไหนก็ชิค เพราะเขาอาร์ตทั้งเมือง!

Tokamachi

เมืองอาร์ตแห่งนีงาตะ ถ่ายรูปมุมไหนก็ชิค เพราะเขาอาร์ตทั้งเมือง!

- March, 2019 -

จะว่าเป็นอาร์ตตัวพ่อตัวแม่แห่งแดนปลาดิบก็ได้ สำหรับเมืองโทคามาจิ จังหวัดนีงาตะ แถมตั้งอยู่ห่างจากโตเกียวไม่มาก แค่นั่งชินคันเซ็นมาลงสถานี Echigo Yuzawa แล้วต่อรถไฟสาย Hokuhoku Line มองวิวเพลินๆ ผ่านเส้นทางสวยว๊าววว มาลงสถานี Tokamachi เธอก็จะได้สัมผัสกับกลิ่นอายความอาร์ตที่ทางเมืองเขาออกแบบจัดวางไว้ให้เสพอยู่แทบทุกมุม ภายใต้คอนเซปต์ ‘มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ’ ผ่านการร้อยเรียงธรรมชาติ มนุษย์ และศิลปะให้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน

ความเจ๋งของเมืองโทคามาจิคือมีผลงานศิลปะจัดแสดงกระจัดกระจายอยู่ทั่วหมู่บ้านกว่า 200 แห่ง ฉะนั้นแค่ย่างก้าวเข้ามาในเขตเมือง เราก็จะพบกับความอาร์ตได้โดยแทบไม่จำเป็นต้องเดินเข้า Art Museum เลย แน่นอนว่าไม่ใช่สายอาร์ตก็เที่ยวได้ เพราะความอาร์ตของเขานี่แหละที่ทำให้มีมุมถ่ายรูปชิคๆ เพียบ โดยเฉพาะจุดชมวิวไฮไลท์อย่าง Tunnel of Light ในรูปที่เราใช้เปิดรีวิวนี้ ซึ่งตอนนี้กำลังฮ็อตฮิตมากกกกกในกลุ่มหนุ่มสาวชาวแดนปลาดิบ สารภาพว่านางกวักที่ดึงดูดให้เราตัดสินใจมาเที่ยวเมืองนี้ก็คือที่นี่นี่แล ฉะนั้นถ้าใครเป็นสายอาร์ต หรือกำลังมองหามุมมองใหม่ๆ ในญี่ปุ่นสำหรับถ่ายรูปเปลี่ยนโปรไฟล์ ได้โปรดตีตั๋วเครื่องบินมาลงโตเกียวแล้วเลี้ยวมาเที่ยวโทคามาจิโดยพลัน!




การเดินทางสู่เมืองโทคามาจิ

จากโตเกียว สามารถเดินทางไปยังเมืองโทคามาจิได้ไม่ยาก แค่นั่งชินคันเซ็นจากสถานี Tokyo หรือ Ueno ไปลงสถานี Echigo Yuzawa แล้วต่อรถไฟสาย Hokuhoku Line ลงสถานี Tokamachi ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงนิดๆ ค่ะ ส่วนเรื่องค่าเดินทาง ถ้าใครกะเที่ยวเมืองอื่นๆ ในจังหวัดนีงาตะหรือจะพ่วงจังหวัดนากาโนะเพื่อไปดูลิงแช่ออนเซ็นด้วย แนะนำให้ซื้อพาส JR East Pass Nagano, Niigata area ราคา 17,000 เยน สามารถใช้ได้ 5 วัน ดูรายละเอียดได้จากลิงก์นี้ > Click <

แต่ถ้าใครอยากพุ่งตรงไปเที่ยวเมืองโทคามาจิแค่ที่เดียว แนะนำว่าซื้อตั๋วชินคันเซ็นรอบต่อรอบจะประหยัดกว่า เพราะราคารวมแล้วยังไม่ถึงค่าพาส อ้อ ไม่จำเป็นต้องจ่ายเพิ่มเพื่อจองที่นั่งนะ ซื้อแบบ Unreserved seat ได้เลย ทั้งขาไป ขากลับ ยังไงก็มีที่นั่งแน่นอน ชินคันเซ็นไป Echigo Yuzawa มีรอบถี่มากๆ ส่วนราคานั้นอยู่ที่ 6,590 เยน/เที่ยว รวมค่าชินคันเซ็นและตั๋วรถไฟสาย Hokuhoku สำหรับต่อไปยังเมืองโทคามาจิจ้า

หลังจากนั่งรถไฟสาย Hokuhoku Line ผ่านเส้นทางสวยๆ จนวางกล้องถ่ายรูปไม่ลง มาถึงสถานี Tokamachi แล้ว เราก็เดินเข้าไปที่บูธการท่องเที่ยวของเมืองโทคามาจิ ซึ่งตั้งอยู่ภายในสถานีเพื่อซื้อพาส Echigo-Tsumari Art Field 2019 Winter “SNOWART” สำหรับเที่ยวงานเทศกาลฤดูหนาวของเมืองโทคามาจิ ราคา 3,000 เยน สามารถใช้เข้ามิวเซียมของเมืองโทคามาจิ พร้อมทั้งร่วมกิจกรรมพิเศษที่ทางเมืองจัดขึ้นตามจุดต่างๆ รวมถึงใช้เป็นบัตรผ่านเข้าไปชมเทศกาลพลุฤดูหนาว ‘Gift for Frozen Village 2019’ ได้ด้วย (ถ้าซื้อบัตรสำหรับเข้างานอย่างเดียวราคา 2,000 เยน) ซึ่งแนะนำหนักๆ ให้ซื้อพาสเถอะ เพราะคุ้มมากกก สามารถใช้งานได้ภายใน 3 เดือน  คือจะมาเข้ามิวเซียมที่รวมอยู่ในรายการเมื่อไรก็ได้ภายใน 3 เดือน แต่เข้าได้แค่มิวเซียมละครั้งนา พอไปถึงก็แค่โชว์พาสนี้ เขาก็ปั๊มตราให้เราผ่านเข้าไปได้เลย สะดวกมากๆ สามารถคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากลิงก์นี้เลย > Click <

ส่วนการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ภายในเมืองโทคามาจิ เราแนะนำว่าเช่ารถขับจะสะดวกสุด เพราะมีจุดสวยๆ ให้ถ่ายรูประหว่างทางเพียบ แต่ถ้าใครขับรถไม่เป็นหรือไปกันหลายคน การเช่ารถพร้อมคนขับก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อย โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว เพราะเส้นทางต่างๆ ในเมืองโทคามาจิค่อนข้างแตกต่างจากฮอกไกโด เส้นทางมีความลดหลั่นตามแนวหุบเขา ขับยากพอสมควร ถ้าใครไม่เคยขับรถบนถนนที่มีหิมะมาก่อนก็จะยิ่งลำบากใหญ่ แถมเราไม่รู้ด้วยว่าตรงจุดไหนจะมีการปิดถนนเพราะหิมะหรือเปล่า ถ้าเช่ารถพร้อมคนขับ เขาก็สามารถแนะนำให้เราได้ เพราะเป็นคนในพื้นที่ ใครสนใจก็ส่งสถานที่ต่างๆ ที่ต้องการไปให้เขาเพื่อตีราคาได้เลย เขาจะคำนวณเวลาออกมาให้ว่าสถานที่ต่างๆ ที่เราต้องการไปนั้นต้องใช้เวลากี่ชั่วโมง ค่าบริการชั่วโมงละ 8,500 เยน ค่าส่งรถ ตามระยะทาง เป็นรถคันใหญ่ นั่งสบาย ไปกันหลายคน หารกันก็ตกคนละไม่กี่บาท แลกกับความสะดวกสบายแล้วถือว่าคุ้มค่าคุ้มราคามากทีเดียว

Contact สำหรับติดต่อเช่ารถพร้อมคนขับ > E-mail : [email protected] (พิมพ์ภาษาไทยได้เลยค่ะ มีคนไทยคอยประสาน) หรือ [email protected] เป็นอีเมลตรงแต่ต้องสื่อสารเป็นภาษาญี่ปุ่นจ้า 

สำหรับอินเทอร์เน็ต ทริปนี้เราใช้ Pocket WiFi ของ 4WiFi อีกเช่นเคย ติดใจในความแรง เล่นเน็ตได้เร็ว ไม่สะดุด ซึ่งอันที่จริงทริปไหนที่ไปกันหลายคนหน่อย เราก็จะใช้ Pocket WiFi แทนที่จะซื้อซิมนะ เพราะ Pocket WiFi มันแชร์อินเทอร์เน็ตกันได้ ประหยัดกว่าซื้อซิมเยอะ แล้วที่ติดใจใช้ 4WiFi มาตลอดก็เพราะเจ้าหน้าที่บริการดีมาก พอถึงวันเดินทาง ก่อนเวลาเครื่องออกประมาณ 3-4 ชั่วโมง ต่อให้ไฟลท์จะดึกแค่ไหน ก็จะโทรมาถามว่าทุกครั้งว่าจะมารับเครื่องกี่โมง ที่สำคัญ สามารถรับเครื่องได้ทั้งที่สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมืองตลอด 24 ชั่วโมงเลย ใครสนใจก็คลิกเข้าไปจองเครื่องกันได้แบบง่ายๆ ที่ลิงก์นี้เลยจ้า > Click <




เอาล่ะ .. รีวิววิธีการเดินทางไปแล้ว คราวนี้ก็มาถึงไฮไลท์ต่างๆ ของเมืองโทคามาจิที่ไม่ควรพลาด ไปดูพร้อมกันเลยว่าเมืองนี้เขาอาร์ตตัวพ่อตัวแม่ขนาดไหน!

The Kiyotsu Gorge Tunnel

วินาทีนี้คงต้องยกให้ไฮไลท์แห่งเมืองโทคามาจิอย่างอุโมงค์ชมวิวยอดฮิต ‘The Kiyotsu Gorge Tunnel’ ที่กำลังฮ็อตมากในกลุ่มหนุ่มสาวชิคๆ ชาวแดนปลาดิบ ถ้าใครส่อง IG บ่อยๆ ก็คงต้องเห็นคนญี่ปุ่นเช็คอินที่นี่กันหนาตาแหละ ซึ่งอุโมงค์แห่งนี้ค่อนข้างเดินทางไปยากพอสมควร ฉะนั้นจึงเหมาะสำหรับคนที่เช่ารถขับค่ะ เพราะเราลองหาวิธีการเดินทางแบบไม่มีรถแล้ว มันก็มีรถบัสอ่ะนะ แต่จากป้ายรถบัสที่ใกล้ที่สุดยังต้องเดินไปเกือบ 30 นาที ฉะนั้นแนะนำให้เช่ารถขับโล้ด

โดยที่มาของอุโมงค์แห่งนี้ค่อนข้างมีเรื่องราวที่น่าเศร้าพอสมควร เพราะเมื่อ 30 ปีก่อน เคยมีหินตกลงมาทับนักท่องเที่ยวที่กำลังมาเดินป่าบริเวณนี้ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีอุโมงค์ เป็นแค่เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติที่มีไฮไลท์คือหินผาซึ่งมีริ้วลายที่สวยงามมาก เกิดจากลาวาของภูเขาไฟกัดกร่อนผ่านเวลามานานนับหมื่นปีเลย

หลังจากเกิดอุบัติเหตุ เขาก็ปิดตายสถานที่แห่งนี้ ห้ามคนเข้าไปเด็ดขาด แต่คนแถวนี้เขาเสียดายธรรมชาติที่สวยงาม ก็เลยคิดไอเดียในการสร้างอุโมงค์สำหรับเดินไปยังจุดชมวิวไฮไลท์นี้ขึ้นมา แล้วก็ได้ศิลปินฝีมือดีมาช่วยออกแบบอุโมงค์ให้กลายเป็นงานศิลปะเพื่อช่วยดึงให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น เพราะจากต้นอุโมงค์ไปยังจุดชมวิวไฮไลท์นี่ก็ไกลพอสมควร คนที่มาเยี่ยมชมจะได้เดินแบบไม่เบื่อและไม่รู้สึกว่าไกลค่ะ

ระหว่างทางเราจะผ่านแสงไฟสีต่างๆ ซึ่งเขาติดตั้งไว้ในอุโมงค์ประกอบกับมีเสียงเพลงตามยุคสมัยต่างๆ แว่วมาเป็นระยะ ก่อนจะถึงจุดชมวิวไฮไลท์ก็จะผ่านจุดชมวิวย่อยๆ ประมาณ 3 จุด ซึ่งน่าหยุดแวะถ่ายรูปทุกจุดเลย โดยเฉพาะจุดที่มีโดมกระจกตั้งอยู่ อาจจะดูว่าธรรมดาแต่อย่าเดินผ่านนะ เพราะโดมตรงนั้นคือห้องน้ำ แต่เป็นห้องน้ำที่ไม่ธรรมดา เพราะจากภายนอกจะมองเห็นเป็นแค่กระจกสะท้อนธรรมดา แต่คนข้างในนี่สิ ทำธุระไปก็สามารถมองเห็นคนข้างนอกเดินผ่านไปผ่านมาได้ด้วย โอ้ว พีค! แบบนี้จะฉี่ออกไหมเนี่ย 5555

ค่าเข้าอุโมงค์ราคา 600 เยน/คน อันที่จริงเขาจะปิดช่วงฤดูหนาว ซึ่งจะเปิดอีกทีก็ปลายเดือนมีนาคมนู้นนน แต่โชคดีว่าปีนี้หิมะค่อนข้างน้อย เขาก็เลยเปิดเร็วกว่าปกติ เป็นโชคดีของเรามากกก เพราะเราอยากไปที่นี่มากๆ ส่วนฤดูอื่นๆ นั้นเปิดตามปกติเลย สีสันของวิวที่เห็นตรงจุดไฮไลท์ก็จะเปลี่ยนไปตามฤดูกาลด้วยนะ ฉะนั้นใครไปเที่ยวเมืองโทคามาจิต้องอย่าพลาดไปถ่ายรูปเช็คอินที่อุโมงค์นี้เลย!



แผนที่ The Kiyotsu Gorge Tunnel

Echigo-Tsumari Snow Fireworks

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่แนะนำว่าควรปักหมุดอันใหญ่ๆ ไว้เลยว่าปีหน้าห้ามพลาด! เพราะ ‘Gift for Frozen Village 2019’ คือเทศกาลจุดพลุฤดูหนาวที่ยิ่งใหญ่อลังการดาวล้านดวงมากที่สุดเท่าที่เราเคยไปมาแล้ว งานนี้นับเป็นไฮไลท์ของคนญี่ปุ่นซึ่งเฝ้ารอกันข้ามปีเลยนะ โรงแรมต่างๆ ในเมืองโทคามาจินี่เต็มเอียดตั้งแต่ต้นปี เพราะเทศกาลนี้เขาจะจัดประมาณต้นเดือนมีนาคมของทุกปี มีคนญี่ปุ่นมาร่วมงานเยอะมากๆๆๆ คึกคักและเต็มไปด้วยแสงสีสวยงามแบบที่ทำให้เราอินกับบรรยากาศได้ไม่ยากเลย

ไฮไลท์คือการจุดพลุแบบอลังการ คือเราไม่เคยยืนดูพลุแบบใกล้เหมือนจะตกลงมาใส่หน้าขนาดนี้มาก่อน ต้องยอมรับเลยว่าเขาจัดใหญ่จัดจริง แถมยังยิงพลุนานร่วม 15 นาที นี่ก็ยืนตั้งกล้องรอขาแข็งมือชาแต่ก็ร้องว้าวไม่หยุดปาก คือมันดีจนอยากกลับไปอีกปีแล้วยืนดูพลุเฉยๆ อยากมีโมเมนต์ที่ได้เห็นพลุด้วยสองตาตัวเองแบบไม่ต้องพะวงเรื่องถ่ายรูป เพราะเขาจัดดีมากจริงๆ อยากให้ไปลองแบบจากใจเลย ดีไม่ดีอาจจะลืมการจุดพลุที่เคยเห็นทั้งหมดไปเลยก็ได้นา

นอกจากจะมีไฮไลท์อย่างการจุดพลุแบบอลังการงานสร้างดาวล้านดวงแล้ว ยังมีกิมมิคน่ารักๆ อย่างไฟ LED ดวงเล็กๆ ที่แจกหน้างานแล้วให้เราเอาไปวางบนลานหิมะที่วาดเป็นวงกลมหลายๆ วง พอฟ้าเริ่มมืด ไฟทุกดวงก็จะสว่างไสวกลายเป็นแสงสีสดใสไปทั่วลานหิมะสีขาว ถ่ายรูปสวยมากกกกกก เหมือนหลุดเข้าไปอยู่อีกโลกที่มีดวงดาวบนท้องฟ้าและพื้นดินเลย ถ้าไปกับแฟนนี่จะโรแมนติกมากกก

Tokamachi (โทคามาจิ)

แนะนำว่าควรไปถึงช่วงเย็นๆ ประมาณ 4-5 โมง ในงานมีบูธขายของกินด้วย ไปถึงแล้วรีบปรี่ไปหาอะไรกินก่อนเลยนะ เพราะช่วง 5-6 โมง คนเยอะมากกกก รู้ใช่ไหมว่าคนญี่ปุ่นต่อแถวกันโหดขนาดไหน 555 จนเราต้องยอมตัดใจ ต่อแถวที่สั้นที่สุดเพื่อที่จะได้มีเวลาไปตั้งกล้องรอถ่ายพลุ เพราะเขาจะเริ่มจุดพลุประมาณ 1 ทุ่ม โดยจะแยกโซนสำหรับคนมีขาตั้งกล้องไว้เลย แต่ถ้าใครไม่ใช่ช่างภาพมืออาชีพ แนะนำว่าให้ไปยืนอยู่ในลานหิมะที่มีไฟ LED ประดับดีกว่า เราว่าน่าจะฟินกว่า เพราะได้เห็นพลุใกล้กว่าจ้า

ราคาสำหรับเข้างานคือ 2,000 เยน/คน แต่ถ้าซื้อพาส Echigo-Tsumari Art Field จะรวมค่าเข้างานไว้อยู่แล้ว โชว์พาสแล้วผ่านได้เลย ส่วนวิธีการเดินทางนั้นเขามีรถรับ – ส่งฟรีสำหรับมางานนี้โดยเฉพาะที่หน้าสถานี Tokamachi สามารถไปรอขึ้นได้เลย แต่ขากลับต้องทำใจหน่อยนะ เพราะคนรอกลับกันเยอะมากกก อากาศมันก็จะหนาวๆ นิดนึง ช่วงกลางคืนติดลบ แนะนำว่าใส่เสื้อผ้ากันหนาวไปแบบจัดเต็มได้เลยเด้อออ



Bijinbayashi Forest

หลายคนมานีงาตะแล้วตรงดิ่งไปยูซาว่าเพื่อเล่นสกีหรือสโนว์บอร์ด เราก็เพิ่งรู้ว่าความจริงแล้ว กิจกรรมฤดูหนาวในนีงาตะยังมีให้เลือกทำอีกเยอะแยะเลยนะ โดยเฉพาะเมื่อมาถึงเมืองโทคามาจิแล้ว แนะนำให้ลองไปสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่อย่างการเดินป่าท่ามกลางหิมะหรือ Snowshoe ที่ ‘Bijinbayashi Forest’ ดูสักครั้ง

Tokamachi (โทคามาจิ)

เหตุผลที่แนะนำป่าแห่งนี้ก็เพราะว่ามีไฮไลท์อย่างต้นบีชญี่ปุ่นเรียงรายสูงเด่นเป็นสง่าอยู่ ซึ่งถ่ายรูปสวยมากกกกกกกกกก โดยเฉพาะฤดูหนาวที่มีหิมะปกคลุมไปทั่วแบบนี้ มันขาวโพลนไปหมด เราไปช่วงต้นเดือนมีนาคม อากาศไม่ค่อยหนาวมากแล้ว อันที่จริงแอบถามคนญี่ปุ่นมา เขาบอกว่านีงาตะเป็นจังหวัดที่มีสภาพอากาศค่อนข้างแตกต่างจากที่อื่น คือกลางวันจะอบอุ่นสบาย แต่ตกกลางคืนจะหนาว ด้วยลักษณะอากาศที่ค่อนข้างพิเศษนี้ดูเหมือนจะเป็นจุดด้อย แต่ดันกลายเป็นจุดเด่นเพราะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ปลูกข้าวอร่อยมากกกกก ข้าวของจังหวัดนีงาตะนี่ไม่เหมือนที่อื่นเลยนะ อ้วน ขาว ขึ้นเงาสวย นั่นก็เพราะว่าได้น้ำที่ละลายจากหิมะนี่แหละไปหล่อเลี้ยงทำให้นาข้าวมีความอุดมสมบูรณ์  

ป่าต้นบีชแห่งนี้สามารถมาเที่ยวชมได้ทุกฤดู แน่นอนว่าสวยงามทุกฤดูเช่นกัน แต่ถ้าอยากได้ประสบการณ์แปลกใหม่บวกกับรูปสวยไม่ซ้ำใคร แนะนำให้มาในช่วงฤดูหนาว แต่ก็จะเป็นช่วงที่มีหิมะถ่มหนา จึงต้องใส่รองเท้าสำหรับเดินหิมะหรือที่เรียกกันว่า Snowshoe ไม่งั้นขาเราจะจมหิมะ ทำให้เดินลำบากหนักขึ้นไปอี๊ก โดยสามารถเช่า Showshoe ได้ที่ศูนย์เรียนรู้ธรรมชาติเคียวโรโระ (Forest School Kyororo) ที่ตั้งอยู่ด้านหน้า บริเวณลานจอดรถเลยค่ะ หลังจากนั้นก็เดินเข้าไปในป่าด้านข้างได้เลย ถ้าตั้งใจเดินไปถ่ายรูปแค่แนวต้นบีชเหมือนเรา ไม่ต้องจ้างไกด์ก็ได้ แต่ถ้าอยากเดินแบบเต็มคอร์ส หรืออยากเดินเข้าไปในป่าลึก ก็ควรมีไกด์นำทางจ้า

แผนที่ Bijinbayashi Forest

Matsunoyama Onsen

ไม่ไกลจากป่าต้นบีช Bijinbayashi จะเป็นที่ตั้งของออนเซ็นชื่อดังซึ่งติด 1 ใน 3 แหล่งน้ำพุร้อนบำบัดที่สามารถรักษาโรคได้ของญี่ปุ่น ถ้าใครมาเดินสโนว์ชูที่ Bijinbayashi แล้ว แนะนำว่าควรมานอนค้างเรียวกังที่ Matsunoyama สักคืน เพราะการแช่ออนเซ็นนั้นจะช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี

เราเลือกพักที่ ‘Hinanoyado Chitose’ เป็นเรียวกังขนาดกลาง ไม่เล็ก ไม่ใหญ่ แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น แถมยังมีบ่อออนเซ็นแบบเอาต์ดอร์ ซึ่งมันจะฟินมาก ถ้าได้แช่ในช่วงฤดูหนาวที่มีหิมะตกแบบนี้ ใครชอบแช่ออนเซ็นนี่ต้องปักหมุดรัวๆ เลย เพราะที่นี่เขามีทั้งบ่อแบบอินดอร์และเอาต์ดอร์เลยค่ะ เลือกแช่ได้ตามใจ หรือถ้าไม่กลัวตัวเปื่อยและพอมีเวลา จะสลับแช่ทั้งสองบ่อเลยก็ได้นะ เอาให้คุ้ม เอาให้ฟิน! 555

Hinanoyado Chitose
ที่พักญี่ปุ่น

สำหรับห้องพัก เราเลือกเป็นห้องสไตล์ญี่ปุ่นแต่ผสมความโมเดิร์นคือมีเตียงนอน ไม่ใช่ฟุตง (Futon) หรือฟูกนอนแบบที่มีในเรียวกังอื่นๆ แต่เราก็สามารถรีเควสให้เขาปูฟุตงให้ได้ถ้าต้องการ เพราะขนาดห้องใหญ่มากกกกกกก ใหญ่แบบเตะตะกร้อเล่นกันได้เลย 5555 ที่เราชอบคือในห้องมีโต๊ะโคทัตสึ (Kotatsu) หรือโต๊ะที่มีเครื่องทำความอุ่นติดตั้งอยู่ใต้โต๊ะแล้วมีผ้าห่มรอบด้านแบบที่เคยเห็นในการ์ตูนหรือหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นซึ่งมันน่ารักมาก แถมยังให้ความอบอุ่นได้ดีสุดๆ เรานี่นั่งแช่อยู่ใต้โต๊ะแทบไม่ขยับไปไหนเลย โคตรสบายยย

Hinanoyado Chitose
Hinanoyado Chitose

สำหรับราคานั้นถ้าเป็นเรียวกังเขาจะคิดเป็นราคาหัวอยู่แล้วค่ะ ซึ่งส่วนใหญ่จะรวมอาหารเช้า/เย็น ส่วนตัวเราเข้าพัก 2 คน ราคาคือ 20,520 เยน/คน แต่ถ้าพัก 3 คนขึ้นไป (ไม่เกิน 6 คน) ราคาต่อหัวก็จะถูกลงมาตามจำนวนคนที่มากขึ้น ลองเช็คราคาได้จากลิงก์นี้เลยจ้า > Click <

ปล.  เว็บไซต์เป็นภาษาญี่ปุ่น ถ้าขี้เกียจใช้ Google Translate แปล จะจองผ่าน Booking หรือ Rakuten ก็ได้ค่ะ มีภาษาไทยให้จองอยู่จ้า



แผนที่ Hinanoyado Chitose (มีรถรับส่งของโรงแรมฟรีจากสถานี Matsudai)

Matsudai Nohbutai

หนึ่งใน Art Museum ที่สามารถใช้พาส Echigo-Tsumari Art Field ผ่านเข้าไปได้เลย ภายในนั้นจัดแสดงผลงานศิลปะโดยแบ่งเป็นห้องต่างๆ มีห้องสำหรับคนที่เก็บกดจากการเรียนด้วยนะ คือทั้งห้องนี่เขาจะออกแบบให้สามารถใช้ชอล์กขีดเขียนได้หมดเลย ใครอยากเขียน อยากระบายอะไร เอาเลยจ้าาา เสร็จแล้วก็ออกไปแวะเข้าห้องน้ำด้วย ห้องน้ำของที่นี่ดูเหมือนธรรมดาแต่พีคมาก เพราะทำธุระเสร็จ เดินออกมาอาจหาทางออกไม่เจอ .. เพราะอะไร บอกไม่ได้ ต้องไปลองเข้าดูเอง ^o^

ห้องอาหารก็วิวสวย เขาออกแบบโต๊ะเป็นกระจกให้สะท้อนผลงานศิลปะจากบนเพดาน เวลากินข้าวก็จะสามารถเสพงานศิลป์ได้ด้วย สมกับเป็นเมืองอาร์ตตัวพ่อตัวแม่จริงๆ และถ้าใครมีโอกาสไปในช่วงฤดูหนาวแบบนี้ บริเวณด้านหน้าเขาก็จะจัดกิจกรรมฤดูหนาวเอาไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยค่ะ แวะเข้าไปโชว์พาสแล้วร่วมสนุกได้เลยจ้า

แผนที่ Matsudai Nohbutai

Echigo-Tsumari Satoyama Museum of Contemporary Art, KINARE

อีกหนึ่ง Art Museum ที่จัดแสดงผลงานศิลปะไว้หลากหลายมาก แน่นอนว่าสามารถใช้พาส Echigo-Tsumari Art Field ผ่านได้เลยอีกเช่นกัน โดยที่นี่เขางามงดตั้งแต่ตัวอาคารเลยทีเดียวค่ะ ออกแบบโดยทิ้งสเปซตรงกลางเอาไว้ ทำให้รู้สึกโปร่งโล่ง เวลาแสงส่องลงมาจะเกิดมิติที่ทำให้ถ่ายรูปสวยมาก พอเดินเข้าตัวอาคารไปก็สามารถเดินวนรอบตึกเพื่อดูงานศิลปะต่างๆ ได้โดยรอบ

ข้างในสามารถถ่ายรูปได้ แล้วก็มีจุดถ่ายรูปชิคๆ ให้ถ่ายเยอะซะด้วย ถ้าไปช่วงที่มีเทศกาลฤดูหนาวแบบนี้ก็จะมีกิจกรรมไว้ให้ร่วมสนุกเยอะแยะมากมาย อาทิเช่น โต๊ะโคทัตสึขับได้แบบนี้ ฮามาก 5555 ข้างในเป็นจักรยาน มีขนมให้กินด้วยนะ ถ้าปั่นแล้วเหนื่อยก็นั่งกินขนม นับเป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์และเข้ากับฤดูหนาวสุดๆ ถ้าใครไปกับเด็กๆ เจ้าตัวเล็กจะต้องชอบแน่นอนจ้า




แผนที่ Echigo-Tsumari Satoyama Museum of Contemporary Art

Ikote

ถ้าอยากรู้ว่าเมืองโทคามาจิเขาอาร์ตจริงหรือเปล่า ลองดูจากร้านอาหาร ‘Ikote’ ที่เราแวะฝากท้องก็ได้ ตัวอาคารภายนอกนี่คือขับรถผ่านยังไงก็อยากแวะ เพราะใช้ไม้ออกแบบได้เท่มากๆ ร้านนี้ตั้งอยู่ไม่ไกลจาก Echigo-Tsumari Satoyama Museum of Contemporary Art, KINARE ฉะนั้นถ้าใครแวะไปเสพงานศิลป์แล้วก็แว๊บมาเสพอาหารให้ท้องอิ่มที่นี่ก็ได้ เขามี Lunch Set ให้เลือกหลายเมนูอยู่ เสร็จแล้วอย่าลืมล้างปากด้วยของหวานนะ ไอศกรีมอร่อยมากกก

แผนที่ Ikote

House of Light

ที่นี่คืออีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่เราแวะในทริปนี้ เพราะสามารถใช้พาส Echigo-Tsumari Art Field ปั๊มผ่านได้ ซื้อพาสทั้งทีก็ต้องเก็บให้ครบอ่ะเนาะ โดย ‘House of Light’ หรือแปลตรงตัวว่า ‘บ้านแห่งแสง’ มีความเจ๋งตรงที่เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่เปิดให้คนสามารถเช่าอยู่ได้! เพราะลักษณะของที่นี่ก็คือบ้านหลังหนึ่งนั่นเอง เพียงแต่มีความพิเศษตรงที่ห้องต่างๆ นั้นถูกออกแบบโดยใช้แสงมาเป็นองค์ประกอบ

ไฮไลท์คือห้องดูดาวซึ่งสามารถเปิดเพดานได้ ฉะนั้นเราจึงมองดูท้องฟ้าได้จากภายในห้องเลย ตอนกลางวันก็เห็นท้องฟ้าสีคราม ตกกลางคืนก็นอนดูดาวนับล้านดวง โอ๊ย โคตรเจ๋ง! ที่นี่เปิดให้เข้าชมในตอนกลางวันนะ แต่ถ้าใครอยากซึมซับความอาร์ตของบ้านหลังนี้แบบเต็มอิ่มก็สามารถจองห้องสำหรับพักค้างคืนได้ ส่วนรายละเอียดต่างๆ นั้นสามารถดูจากลิงก์นี้ได้เลย > Click <



แผนที่ House of Light

Aoyagi Dye Factory

‘กิโมโน’ นับเป็นวัฒนธรรมที่สะท้อนความเป็นตัวตนของญี่ปุ่นได้อย่างชัดเจนที่สุด ฉะนั้นเมื่อมีโอกาสได้มาเยือนเมืองโทคามาจิซึ่งมีโรงงานผ้าทอกิโมโนที่ส่งออกไปทั่วประเทศญี่ปุ่น เราก็เลยอยากจะเปิดมุมมองลองไปดูวิธีทอผ้ากิโมโนสักหน่อย เนื่องจากกิโมโนของโรงงานแห่งนี้จะมีลักษณะการทอที่พิเศษ ไม่เหมือนใคร ทำให้มีลวดลายที่สวยงามอ่อนช้อยมาก แม้กระทั่งนักมวยปล้ำชื่อดังของญี่ปุ่นยังเลือกสั่งตัดชุดกิโมโนจากที่นี่เพื่อขึ้นรับรับรางวัลเลยนา

ที่นี่เขามีกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ ให้ทำอย่างเช่น ลองเพ้นท์ลายสวยๆ ลงบนผ้าเช็ดหน้าด้วยค่ะ หลังจากเพ้นท์เสร็จก็สามารถรับผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นเก็บกลับบ้านไว้เป็นที่ระลึกได้เลย ถ้าใครสนใจอยากเข้าไปลองร่วมกิจกรรมก็สามารถจองผ่านหน้าเว็บไซต์ได้เลยที่ลิงก์นี้ค่า > Click <

แผนที่ Aoyagi Dye Factory

Niichiiz *
Niichiiz *https://movearound-journey.com
IG : https://www.instagram.com/niichiiz13

Related Stories

Discover

เที่ยวจีนด้วยตัวเอง ใช้จ่ายด้วย Alipay วิธีสมัครและผูกบัตรแบบละเอียด

เตรียมตัวไปเที่ยวประเทศจีนด้วยตัวเอง ขานรับ "ฟรีวีซ่า" เดินทางเข้าประเทศจีนแบบอิสระ ไม่ต้องเสียค่าวีซ่าเพิ่มอีกต่อไป! เชื่อว่าหลายคนที่ได้ยินข่าวฟรีวีซ่าจีนคงต้องมองหารีวิวเที่ยวจีนด้วยตัวเองอยู่แน่ๆ อยากจะบอกว่าการเที่ยวจีนด้วยตัวเองนั้นไม่ยากอย่างที่คิดเลยค่ะ เพียงแค่ต้องเตรียมตัวมากกว่าประเทศอื่นเล็กน้อย เพราะประเทศจีนเป็นสังคมไร้เงินสดแทบจะร้อยเปอร์เซ็นแล้ว ฉะนั้นการใช้จ่ายทุกสิ่งอย่างในจีนนั้นสามารถจ่ายผ่าน Alipay ได้ทั้งหมดเลย โพสนี้เราก็เลยอยากมาแนะนำวิธีสมัคร Alipay...

รวม 10 ที่เที่ยวที่พัก ฟุกุอิ (Fukui) เมืองสวยอันซีนของญี่ปุ่น

เอ่ยชื่อ ฟุกุอิ (Fukui) หลายคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นหูกันเท่าไรใช่ไหมคะ เพราะจังหวัดนี้คนไทยยังไปเที่ยวกันค่อนข้างน้อย แต่ฟุกุอิเนี่ย เป็นหนึ่งในจังหวัดยอดนิยมของคนญี่ปุ่นเลยน้า คนญี่ปุ่นไปเที่ยวกันเยอะมากกก เยอะจนเรายังแอบตกใจ เพราะไม่นึกว่าเมืองรองของญี่ปุ่นจะมีนักท่องเที่ยวเยอะขนาดนี้ แต่ก็ไม่แปลกใจเลย เพราะฟุกุอิเป็นจังหวัดที่มีเสน่ห์และน่าค้นหาแบบสุดๆ สถานที่ท่องเที่ยวแต่ละที่ทำเอาเราอึ้งไปเลยว่า โอ้วว...

แผนเที่ยว Ishikawa 3 วัน 2 คืน พร้อมรีวิวที่พัก

เพิ่งกลับมาจากญี่ปุ่นครั้งล่าสุด โดน “อิชิกาวะ” (Ishikawa) ตกไปแบบเต็มๆ หลงรักจังหวัดนี้เข้าเต็มเปาเลยค่ะ เป็นจังหวัดที่มีที่เที่ยวหลากหลายมาก ทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์ และมุมถ่ายรูปสวยๆ รู้สึกว่ามาแค่จังหวัดเดียวแต่เหมือนได้เที่ยวหลากหลายไวบ์ เลยไม่อยากโดนตกอยู่คนเดียว เดี๋ยวโพสนี้จะพาไปหลงเสน่ห์อิชิกาวะด้วยกันน้าหลายคนอาจจะไม่คุ้นชื่อ...

พาเที่ยว 2 ตลาดคริสต์มาส โตเกียว Tokyo Christmas Market 2023

Hello December! ตอนนี้เดินไปที่ไหนในญี่ปุ่นก็เต็มไปด้วยบรรยากาศงานคริสต์มาสแล้วล่ะค่ะ แน่นอนว่าตลาดคริสต์มาสก็เป็นหนึ่งในไฮไลท์ของช่วงนี้เลย มีจัดในหลายที่ หลายเมืองมากๆ ปีนี้บรรยากาศคึกคักสุดๆ ใครมีแพลนมาเที่ยวโตเกียวช่วงปลายปีนี้ ปักหมุดโพสนี้ไว้เลย เดี๋ยวเราจะพาเที่ยว 2 ตลาดคริสต์มาส โตเกียว กันค่ะในงานมีของกินมาออกบูธหลายร้านมาก...

แชร์พิกัด กิน เที่ยว พัก ที่ “ปูซาน” เมืองริมทะเลสุดชิลของเกาหลีใต้

พูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวสุดชิลของประเทศเกาหลี นาทีนี้ต้องยกให้ “ปูซาน” เลยค่ะ เพราะกำลังได้รับความนิยมจากนักเดินทางทั่วโลกเลย โดยปูซานนั้นเป็นเมืองทางใต้นะคะ เดินทางง่ายกว่าที่คิดเพราะมีไฟลท์บินจากไทยไปลงที่ปูซานให้เลือกหลายสายการบิน หรือถ้าอยากเที่ยวเกาหลีแบบจุใจ จะนั่งเครื่องไปลงที่กรุงโซล ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศเกาหลีใต้ แล้วค่อยนั่งรถไฟความเร็วสูง KTX ไปลงปูซานก็ได้ ใช้เวลาเดินทางจากโซลประมาณ...

นั่งรถไฟเข้าป่าไต้หวัน ไท่ผิงซาน (Taipingshan National Forest)

ขอพาหนีร้อนไปสัมผัสอากาศเย็นๆ บนเขาที่ Taipingshan National Forest นั่งรถไฟเข้าป่าดึกดำบรรพ์ สายธรรมชาติต้องปักหมุดที่นี่! อุทยานแห่งชาติ ไท่ผิงซาน เป็น 1 ใน 3 ของอุทยานทางธรรมชาติที่มีระบบนิเวศอุดมสมบูรณ์มากที่สุด...

Popular Categories

Comments