อัพเดท โตเกียว 2024! พร้อมเดย์ทริปเที่ยวเมืองซูชิ (Zushi) ทักทายฟูจิซัง

โตเกียว

ถ้าให้เลือกแพลนทริปไปญี่ปุ่นได้หนึ่งครั้งต่อปี หลายคนคงจะจิ้มเลือกช่วงซากุระบาน ไม่ก็ใบไม้เปลี่ยนสีปลายปี หรือช่วงหิมะโปรยปรายไปเลยใช่มั้ยคะ? อาจจะมองข้ามช่วงกลางปีไป เพราะคิดว่าอากาศคงร้อนไม่ต่างจากบ้านเรา แต่จริงๆ แล้ว ญี่ปุ่นช่วงเข้าฤดูร้อนนี่คึกคักกว่าที่คิดมากเลยน้า มองไปทางไหนก็มีแต่สีเขียวสดชื่น แถมยังมีอะไรให้ทำเยอะมากเลย ไหนจะเทศกาลต่างๆ รวมไปถึงกิจกรรมเอาท์ดอร์อีกมากมาย ทริปนี้เราก็เลยอยากพาไปรีวิวอัพเดทบรรยากาศ โตเกียว ช่วงปลาย Spring เข้าสู่ซัมเมอร์ พร้อมเดย์ทริปเที่ยวเมืองซูชิ ทักทายฟูจิซังกัน : )

โตเกียว

ทริปนี้เราไปโตเกียวมาเมื่อเดือนพฤษภาคม 2024 ที่ผ่านมาค่ะ บรรยากาศช่วงนี้ มองไปทางไหนก็สดชื่น มีแต่สีสันของดอกไม้ แถมยังมืดช้ากว่าช่วงฤดูอื่น มีเวลาเที่ยวได้แบบเต็มวันเลยล่ะค่ะ

ป้ายรถเมล์เมืองซูชิ (Zushi City)

เราเองเคยมาเที่ยวโตเกียวหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่เคยเบื่อที่จะมาเลยค่ะ เพราะนอกจากใน โตเกียว จะมีที่เที่ยวอัพเดทใหม่ๆ แล้ว ก็ยังมีเมืองรอบๆ ที่สามารถเดย์ทริปไปเที่ยวได้อีกหลายเมืองเลย ทริปนี้ลองเดย์ทริปมาเที่ยว Zushi City ในจังหวัดคานากาวะ เป็นที่เที่ยวใหม่ๆ ที่อยู่ถัดจากคามาคุระแค่มาสถานีเดียวเท่านั้น แต่ไวบ์ดีมาก แถมยังมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้อีกด้วย เดี๋ยวจะมารีวิวแบบละเอียดให้ในโพสนี้น้า

โตเกียว

ทริปนี้ได้ลองไปเที่ยว Warner Bros. Studio Tour Tokyo – The Making of Harry Potter ครั้งแรกด้วยค่ะ ทำถึงมากกก สาวกแฮร์รี่ พอตเตอร์ ห้ามพลาดเลย!

การเดินทางไป โตเกียว

การเดินทางไป โตเกียว

ทริปนี้บินไป โตเกียว กับ Thai AirAsia X เช่นเคยค่ะ ไปญี่ปุ่นกับแอร์เอเชียสบายใจที่สุดแล้ว โดยเฉพาะไฟลท์โตเกียว เพราะมีบินตรงสูงสุด 2 เที่ยวบินต่อวัน เวลาบินก็ดี (บินดึกถึงเช้า) แถมราคายังดีมากอีกด้วย เริ่มต้นแค่ 4,690 บาท/เที่ยว! ช่วงซัมเมอร์แบบนี้ โปรฯ ดีๆ เพียบค่ะ ใครกำลังเล็งทริปญี่ปุ่นอยู่ แวะไปดู ไปจองกันได้ที่ airasia.com และแอป AirAsia MOVE ค่า

การเดินทางไป โตเกียว

ไฟลท์ โตเกียว จะเป็นเครื่องบินลำใหญ่ (Airbus A330-300) มีให้เลือก 2 เที่ยวบิน/วัน เวลาดีทั้งคู่ค่ะ

ขาไป
• XJ602 ออกจากสุวรรณภูมิ 02:25 น. ถึงสนามบินนาริตะ 10:55 น.
• XJ600 ออกจากสุวรรณภูมิ 23:25 น. ถึงสนามบินนาริตะ 08:00 น.

ขากลับ
• XJ601 ออกจากสนามบินนาริตะ 09:15 น. ถึงสุวรรณภูมิ 14:05 น.
• XJ603 ออกจากสนามบินนาริตะ 12:10 น. ถึงสุวรรณภูมิ 17:00 น.

การเดินทางไป โตเกียว

เราจองที่นั่งแบบ Hot Seat มาเลยค่ะ เพราะบินเกือบ 6 ชั่วโมง อยากนั่งเหยียดขาแบบสบายๆ แนะนำให้จองเป็นแพ็กสุดคุ้มเลยนะ เพราะรวมน้ำหนักกระเป๋า / ที่นั่ง และอาหารจานร้อน มาในแพ็กแล้ว จองแบบนี้คุ้มกว่าจองแยกแน่นอนค่า

การเดินทางไป โตเกียว

ที่นั่ง Hot Seat แถวหน้าสุด ได้เหยียดขาแบบสบายๆ ไปตลอดไฟลท์เลย

ป้ายรถเมล์ Shin-nase

ป้ายรถเมล์เมืองซูชิ Shin-nase

ถึงโตเกียวแล้ว ขอเริ่มต้นด้วยการพาเดย์ทริปไปเที่ยวเมืองซูชิ (Zushi City) กันก่อนเลยดีกว่า เพราะเป็นเมืองที่ไปมาแล้วชอบมากกก เป็นเมืองริมทะเลที่ไวบ์ดีสุด เหมาะกับการไปเที่ยวช่วงซัมเมอร์แบบนี้มากๆ ค่ะ

ป้ายรถเมล์เมืองซูชิ Shin-nase

ซูชิ (Zushi City) ตั้งอยู่ในจังหวัดคานากาวะ จังหวัดเดียวกับเมืองคามาคุระยอดฮิตเลยค่ะ ใช้วิธีการเดินทางแบบเดียวกันเลย คือ นั่งรถไฟ JR Yokosuka Line มาลง Zushi Station เป็นสถานีที่อยู่ถัดจาก Kamakura Station มาเพียงหนึ่งสถานีเท่านั้น หลังจากนั้นเราก็ต่อรถเมล์สาย 11 (หรือ 12 ก็ได้) มาลงป้าย Shin-nase เพื่อถ่ายรูปกับป้ายรถเมล์ไวบ์มินิมอลที่มีวิวภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลังเป็นที่แรกเลยค่า

ป้ายรถเมล์เมืองซูชิ Shin-nase

ด้านหลังป้ายรถเมล์ คือ Shin-nase Beach เป็นหาดที่สามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้ แอบรู้สึกว่าน่าจะเห็นฟูจิซังได้ใหญ่โตกว่าที่คามาคุระซะอีกค่ะ

ปล. คานากาวะ เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่สามารถมองเห็นฟูจิซังได้จากหลายเมืองเลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็น เมืองซูชิ เมืองคามาคุระ เมืองโยโกฮาม่า รวมไปถึงฮาโกเน่ อีกหนึ่งที่เที่ยวยอดฮิตของญี่ปุ่นก็ตั้งอยู่ภายในจังหวัดคานากาวะทั้งหมดเลยล่ะค่า

แผนที่ป้ายรถเมล์ Shin-nase

UNDER THE PALMO 

ค่าเฟ่เมืองซูชิ UNDER THE PALMO 

หลังจากถ่ายรูปกับวิวฟูจิซังจนฉ่ำแล้ว เราก็นั่งรถเมล์สายเดิม (11 หรือ 12) มานั่งชิลๆ กันที่ UNDER THE PALMO คาเฟ่สวยเด่นประจำเมืองซูชิ และแน่นอนว่าสามารถมองเห็นวิวภูเขาไฟฟูจิได้เหมือนกันเลยค่ะ

ค่าเฟ่เมืองซูชิ UNDER THE PALMO 

ภายในร้านใหญ่กว่าที่คิดไว้ซะอีกค่ะ มีที่นั่งโซนอินดอร์ และเอาท์ดอร์ แถมยังมีถึง 2 ชั้นเลยด้วย

ค่าเฟ่เมืองซูชิ UNDER THE PALMO 

อาหารมีให้สั่งทั้งคาว หวานนะคะ รวมไปถึงเครื่องดื่มก็มีทั้ง กาแฟ ม็อคเทล และค็อกเทลเลย

ค่าเฟ่เมืองซูชิ UNDER THE PALMO 
มองเห็นภูเขาไฟฟูจิด้วย กินไป ฟินไป มีความสุขมาก
ค่าเฟ่เมืองซูชิ UNDER THE PALMO 

แผนที่ UNDER THE PALMO

เช่าจักรยาน Hello Cycling ปั่นเที่ยวเมืองซูชิ

เช่าจักรยาน Hello Cycling ปั่นเที่ยวเมืองซูชิ

นั่งชิลได้สักพักใหญ่ก็ได้เวลาไปที่ต่อไปกันแล้วค่ะ โดยเราจะเช่า Bike Sharing ผ่านแอปฯ Hello Cycling แล้วปั่นจักรยานไปยังสถานที่ต่อไปกัน มีจุดเช่าจักรยานตั้งอยู่หน้าร้าน UNDER THE PALMO เลยค่ะ จักรยานจะเป็นไฟฟ้านะคะ มีแบตเตอรี่ติดอยู่ทุกคัน ปั่นสบายๆ ขึ้นเนินได้ชิลๆ เลยค่ะ

• โหลดแอป Hello Cycling ผ่าน Google Play คลิกที่นี่
• โหลดแอป Hello Cycling ผ่าน App Store คลิกที่นี่

เช่าจักรยาน Hello Cycling ปั่นเที่ยวเมืองซูชิ

นี่เป็นครั้งแรกของเราเหมือนกันที่ได้ลองเช่าจักรยานผ่านแอปฯ Hello Cycling เพิ่งรู้ว่ามันสะดวก และมีจุดเช่าจักรยานอยู่หลายจุดในเมืองนี้และหลายจุดในญี่ปุ่นเลยค่ะ สามารถเช่าได้ทุกเมืองเลยนะ มีขั้นตอนดังนี้

  1. ดาวน์โหลดแอปฯ Hello Cycling
  2. ผูกบัตรเครดิต (บัตร Travel card ไม่ได้นะ)
  3. กดเลือกจุดรับจักรยาน (เรารับที่ร้าน UNDER THE PALMO)
  4. เลือกจักรยานที่ต้องการ
  5. ปลดล็อคจักรยานและนำไปปั่นได้เลยค่ะ

การเช่า Bike Sharing แบบนี้ เราไม่ต้องเอากลับมาคืนที่จุดเดิมนะ สามารถใช้แอปฯ หาจุดคืนจักรยานจุดอื่นๆ ที่ใกล้กับสถานที่ที่เราจะไปได้เลย จากนั้นกดล็อคจักรยานก็เป็นอันเสร็จสิ้นแล้วค่ะ สะดวกมาก แถมราคาไม่แพงด้วย เราเช่าไปประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง จ่ายไป 530 เยน เท่านั้นเอง

Riviera Zushi Marina

Riviera Zushi Marina

หลังจากปลดล็อคจักรยาน เราก็ปั่นมาที่ Riviera Zushi Marina (逗子マリーナ) ตรงนั้นจะมีจุดถ่ายรูปที่คนญี่ปุ่นนิยมมาถ่ายลงไอจีกันค่ะ เป็นแนวต้นปาล์ม ฟีลแบบแคลิฟอร์เนียสุดๆ เลยย

Riviera Zushi Marina

แถวนี้ช่วงเย็นๆ บรรยากาศดีมากค่ะ เป็นท่าเรือยอร์ชที่สามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้ด้วย ช่วงพระอาทิตย์ตกนี่สวยแบบสุดๆ ไปเลย อ่อ ตรงนี้จะใกล้กับสถานี Kamakura มากกว่า Zushi นะคะ ขากลับเราก็เลยนั่งรถเมล์ไปลงที่ Kamakura Station แล้วก็นั่งรถไฟ JR Yokosuka Line กลับโตเกียว ถึงโตเกียวช่วงค่ำๆ ถือว่าเป็นอีกหนึ่ง Day Trip จากโตเกียวที่ประทับใจและอยากแนะนำต่อมากๆ เลยล่ะค่า : )

Riviera Zushi Marina

แผนที่ Riviera Zushi Marina

The Making of Harry Potter

The Making of Harry Potter

มาโตเกียวรอบนี้ ตั้งใจอยากไปที่เที่ยวเปิดใหม่ล่าสุดอย่าง Warner Bros. Studio Tour Tokyo – The Making of Harry Potter โดยเฉพาะเลย แม้จะอยู่ไกลจากตัวเมืองโตเกียวสักหน่อย แต่เราว่าสาวกแฮร์รี่ไม่ควรพลาดค่ะ เพราะไม่ต้องไปดูไกลถึงลอนดอนแล้ว แค่นั่งรถไฟ Seibu Toshima Line หรือรถไฟใต้ดิน Oedo Subway Line มาลงที่ Toshimaen Station เพียงเท่านี้เราก็จะได้ก้าวเข้าสู่โลกแห่งเวทมนตร์ของแฮร์รี่ พอตเตอร์แล้วล่ะค่า

The Making of Harry Potter

สำหรับการซื้อบัตรนั้นสามารถจองผ่าน Klook / Trip.com / KKday ไปก่อนได้เลยค่ะ ช่วงนี้คิวไม่ค่อยเยอะแล้ว สามารถจองล่วงหน้าก่อน 1 วันก็ได้ หลังจากซื้อเสร็จ เราก็จะได้ E-Ticket มาสำหรับสแกนผ่านเข้าไปได้เลย ราคาบัตรอยู่ที่ ผู้ใหญ่ 6,500 เยน / เด็ก อายุ 12-17 ปี 5,400 เยน / เด็ก อายุ 4-11 ปี 3,900 เยน ตอนจองเขาจะให้จองรอบการเข้าชมด้วยนะคะ แนะนำให้ไปถึงก่อนเวลาเข้าชมที่จองประมาณ 10-20 นาที ค่า

• สนใจซื้อบัตร The Making of Harry Potter ผ่าน Klook คลิกที่นี่
• สนใจซื้อบัตร The Making of Harry Potter ผ่าน Trip คลิกที่นี่
• สนใจซื้อบัตร The Making of Harry Potter ผ่าน KKday คลิกที่นี่

The Making of Harry Potter

ด้านในใหญ่มากๆๆๆ แนะนำให้เผื่อเวลาไว้เลยประมาณ 3-4 ชั่วโมง เป็นอย่างน้อยค่ะ ยิ่งถ้าใครอินมาก สามารถใช้เวลาไปได้เลยครึ่งวันเต็ม เดี๋ยวจะทำรีวิวแบบวิดีโอให้ดูด้วย น่าจะอินกว่ารีวิวแบบรูปภาพค่า

The Making of Harry Potter

ด้านในจะมีกิจกรรมให้เราร่วมสนุกเยอะมากๆ ค่ะ เรียกว่าเป็นสวนสนุกธีมพาร์คแบบย่อมๆ เลยทีเดียว เราไม่อยากรีวิวมากจนกลายเป็นการสปอยล์ เพราะการที่เราได้ด่ำดิ่งลึกเข้าไปในแต่ละโซนๆ ที่เขาจัด โดยที่ไม่รู้ว่าข้างหน้ามีอะไรรออยู่ มันทำให้เราสนุกยิ่งขึ้นกว่าเดิมค่ะ

The Making of Harry Potter
The Making of Harry Potter
The Making of Harry Potter

หนึ่งในไฮไลท์ของ Warner Bros. Studio Tour Tokyo แน่นอนว่าคงไม่พ้น Platform 9 ¾ หรือชานชาลาที่ 9 ¾ ซึ่งเป็นโซนที่เขาจำลองบรรยากาศสถานีรถไฟเอาไว้แบบสมจริงเลยค่ะ

The Making of Harry Potter

มีมุมถ่ายรูปทะลุกำแพง มีรถไฟสายด่วนที่จะไปฮอกวอตส์ รวมไปถึงมุมขายของที่ระลึกด้วย เราว่าสาวกแฮร์รี่ น่าจะใช้เวลาถ่ายรูปอยู่ตรงบริเวณนี้กันนานแน่นอนค่า

The Making of Harry Potter

จบโซน Platform 9 ¾ นึกว่าทัวร์จะหมดแล้ว ที่ไหนได้! ยังมีอีกหลายโซนให้เราได้เดินดูแบบไม่รู้จบเลยค่ะ คือด้านในใหญ่กว่าที่เราคิดไว้จริงๆ แล้วเขาจำลองบรรยากาศได้เหมือนแบบสุดๆ หยั่งกะได้หลุดเข้าไปในภาพยนตร์เรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์จริงๆ เลย ใครที่ชอบดูแฮร์รี่ พอตเตอร์ แล้วลังเลๆ ว่าจะมาดีมั้ย มาเถอะค่ะ ขนาดเราไม่ได้อินแฮร์รี่มากเท่าไร ยังรู้สึกจอยแบบสุดๆ รับรองว่าคุ้มค่าบัตรจริงๆ ค่ะ

The Making of Harry Potter

รูปที่เอามาให้ดูนี่ก็ยังไม่ครบทุกโซนนะคะ แอบรู้สึกว่าถ้ารีวิวเป็นเวอร์ชั่นวิดีโอน่าจะเป็นภาพและชวนให้อินมากกว่า เอาไว้จะทำรีวิวแบบวิดีโอมาฝากด้วย ยังไงรอติดตามกันด้วยน้า

The Making of Harry Potter

แผนที่ The Making of Harry Potter

Shiba Park

Shiba Park

ที่ต่อไป เดี๋ยวจะพาไปเช็คอินมุมชิลๆ ที่คนโตเกียวเขานิยมมานั่งปิคนิคกันในวันอากาศดีๆ อย่างนี้ค่ะ เป็นมุมที่สามารถมองเห็นวิวแลนด์มาร์คอย่าง Tokyo Tower ได้แบบเต็มสองตาเลย สำหรับวิธีการเดินทางนั้นก็ง่ายมาก สามารถนั่งรถไฟใต้ดินมาลงสถานี Akabanebashi ได้เลยค่ะ

Shiba Park

Shiba Park เป็นสวนสาธารณะใกล้โตเกียว ทาวน์เวอร์ ที่คนญี่ปุ่นนิยมมานั่งปิคนิคกันค่ะ ช่วงซัมเมอร์แบบนี้ เขาจะปลูกดอกไม้สวยๆ เอาไว้ตลอดทางเดินเลย มองไปทางไหนก็สดชื่นไปหมดเลยล่ะค่า

Shiba Park

เห็นแดดดีแบบนี้ แต่อากาศไม่ร้อนอย่างที่คิดเลยนะคะ อุณหภูมิประมาณ 23-24 องศา มีลมพัดเย็นสบาย เราชอบญี่ปุ่นช่วงซัมเมอร์อีกอย่างคือท้องฟ้าจะมืดช้ากว่าช่วงฤดูอื่นๆ ถ้ามาตอนใบไม้เปลี่ยนสีหรือฤดูหนาว 4 โมงเย็นก็เริ่มมืดแล้วค่ะ แต่ช่วงฤดูร้อนแบบนี้ บางทีทุ่ม สองทุ่ม ท้องฟ้ายังสว่างอยู่เลย มีเวลาเที่ยวได้คุ้มค่ากว่าเดิมเยอะเลย

Shiba Park

แผนที่ Shiba Park

Kichijoji Petit Mura

Kichijoji Petit Mura

ไปต่อที่ต่อไปกัน จะพาไปเดินย่านชิคๆ ของโตเกียวอย่าง “คิชิโจจิ (Kichijoji)” เป็นย่านที่ได้รับการจัดอันดับว่าเป็นหนึ่งในย่านที่น่าอยู่ที่สุดในโตเกียวเลยล่ะค่ะ สำหรับการเดินทางนั้นก็สามารถนั่งรถไฟ JR Chuo Line มาลง Kichijoji Station ได้เลย

Kichijoji Petit Mura

มาถึงย่านนี้แล้วต้องแวะมาเช็คอินคาเฟ่ที่กำลังฮิตอย่าง “Kichijoji Petit Mura” เป็นคาเฟ่ที่ออกแบบตกแต่งด้วยธีมที่ให้ไวบ์คล้ายๆ นิทานในโลกจิบลิ เนื่องจากตั้งอยู่ไม่ไกลจาก Ghibli Museum อยากจะบอกว่าช่วงนี้เขาประดับประดาหน้าร้านด้วยดอกกุหลาบสีชมพูสดใส สวยมากๆ เลยล่ะค่า

Kichijoji Petit Mura
Kichijoji Petit Mura

เราบังเอิญมาร้านนี้ช่วงวันเสาร์ คนเยอะมากๆ ค่ะ ในร้านไม่มีที่นั่งเลย ก็เลยถ่ายรูปบรรยากาศด้านในแล้วซื้อเครื่องดื่มแบบ Take away แทนการนั่งในร้านค่ะ ฉะนั้นใครอยากไปแบบคนน้อยๆ ไปช่วงวันธรรมดาน่าจะดีกว่านะคะ

Kichijoji Petit Mura

แผนที่ Kichijoji Petit Mura

Inokashira Park

Inokashira Park

จากร้าน Kichijoji Petit Mura เดินมาอีกประมาณ 750 เมตร จะถึงสวนอิโนะคาชิระ (Inokashira Park) ซึ่งเป็นสวนสาธารณะยอดฮิตของย่านนี้ค่ะ ที่นี่จะได้รับความนิยมมากๆ ช่วงซากุระบาน ฉะนั้นคนก็เลยเยอะมากเช่นกัน ถ้ามาช่วงหลังจากซากุระโรยไปแล้วอย่างเดือนพฤษภาคมแบบนี้ ที่นี่จะเต็มไปด้วยความร่มรื่นและสีเขียวขจีเต็มสวนไปหมด บรรยากาศจะค่อนข้างชิลกว่าช่วงซากุระบานค่า

Inokashira Park

กิจกรรมยอดฮิตของที่นี่ก็คือ การพายเรือ หรือจะเลือกปั่นเรือหงส์ก็ได้ค่ะ แต่ถ้าเป็นเรือพายแบบนี้จะถ่ายรูปได้ฟีลและราคาถูกที่สุด (500 เยน) สามารถซื้อตั๋วด้วยตัวเองผ่านตู้อัตโนมัติได้เลย ถ้ากลัวร้อน แนะนำมาช่วงเย็นๆ ก่อนพระอาทิตย์ตกแบบเราก็ได้ บรรยากาศดีมากๆ เลย

Inokashira Park
Inokashira Park
กินขนมดังโงะกับน้ำแข็งใสสีฟ้าท้อปด้วยไอศกรีมอร่อยมากกก
Inokashira Park

แผนที่ Inokashira Park

Higashiyotsugihinan Bridge

Higashiyotsugihinan Bridge

ขอปิดท้ายโพสนี้ด้วยการพาไปดูแสงเย็นสวยๆ กับวิว Tokyo Skytree กันที่ Higashiyotsugihinan Bridge สำหรับวิธีการเดินทางก็ไม่ยาก สามารถนั่งรถไฟ Keisei Oshige Line มาลง Yotsugi Station ได้เลยค่ะ

Higashiyotsugihinan Bridge

Higashiyotsugihinan Bridge เป็นมุมธรรมดาๆ ในโตเกียวที่บรรยากาศไม่ธรรมดาเลยค่ะ เป็นมุมลับๆ ในไอจีคนญี่ปุ่นที่เขานิยมมาถ่ายรูปสะพานสีเหลืองสดกับวิว Tokyo Skytree กัน ตอนเย็นๆ พระอาทิตย์ตกสวยแบบตรึงใจสุดๆ ใครอยากได้จุดเช็คอินใหม่ๆ ในโตเกียว ต้องปักหมุดที่นี่ไว้แบบด่วนๆ เลยค่า

Higashiyotsugihinan Bridge

โตเกียว นั้นเป็นเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่นที่หลายคนน่าจะเคยไปหรือปักหมุดเอาไว้ว่าจะไป ส่วนตัวเราเอง ในฐานะที่เคยมาเที่ยวโตเกียวหลายครั้งแล้วก็ยังรู้สึกว่าเที่ยวยังไม่ครบเลยค่ะ มากี่ครั้งๆ ก็มีอะไรใหม่ๆ ให้อัพเดทอยู่เสมอเลย โตเกียว ยังคงเป็นเมืองที่เที่ยวสนุก แถมยังจัดแพลนแบบเดย์ทริปไปเที่ยวเมืองรอบๆ แบบเช้า – เย็นกลับก็ได้ ว่าแล้วก็อยากกลับไปอีกจัง : )

แผนที่ Higashiyotsugihinan Bridge

Related Stories

Discover

แผนเที่ยวอิชิคาวา – ฟุกุอิ (Ishikawa – Fukui) ฉบับจัดเต็ม! 6 วัน...

แผนเที่ยวอิชิคาวา - ฟุกุอิ (Ishikawa - Fukui) ฉบับจัดเต็ม! 6 วัน 5 คืน จะมาชวนเที่ยวญี่ปุ่นแบบสุข ฟิน อินครบทุกรส...

วิธีจองตั๋วรถไฟความเร็วสูงจีน ผ่านแอปฯ แบบละเอียด

ทุกวันนี้การจองตั๋วรถไฟความเร็วสูงจีน สำหรับเดินทางข้ามเมืองหรือข้ามมณฑล เราสามารถจองผ่านแอปฯ ได้แล้ว สะดวกสบายมากๆ แอปพลิเคชันสำหรับจองตั๋วรถไฟความเร็วสูงจีน มีอยู่ 3 แอปฯ ได้แก่ Trip.com, Railway 12306 และ...

แผนเที่ยวอิชิคาวา (Ishikawa) 3 วัน 2 คืน อีกหนึ่งเมืองสวยห้ามพลาดของญี่ปุ่น

หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่กำลังมองหาที่เที่ยวในญี่ปุ่นที่มีหลากหลายบรรยากาศให้สัมผัส เปรียบเหมือนดังการทานอาหารหนึ่งจานที่มีครบทุกรส เรามีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่จะขอเสิร์ฟ แผนเที่ยวอิชิคาวา ให้ได้ลิ้มลองความหลากรสที่ซุกซ่อนอยู่ในจังหวัดนี้ ไม่ว่าจะเป็น ธรรมชาติ วัฒนธรรม วิถีชุมชน รวมไปถึงพิพิธภัณฑ์ร่วมสมัย ต่างก็เป็นเสน่ห์อันเหลือร้ายที่ทำให้อิชิคาวาสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศให้พากันมาเยือนอย่างไม่ขาดสายตลอดทั้งปี อิชิคาวา เป็นจังหวัดที่มีความสวยงามทุกฤดูกาล โดยเฉพาะช่วงใบไม้เปลี่ยนสี เพราะมีสวนเก่าแก่ของตระกูลดังที่สร้างมาตั้งแต่ยุคเอโดะอย่าง...

รวม 10 พิกัด ที่เที่ยวเซี่ยงไฮ้ ถ่ายรูปสวยชิค

หลังจากจีนฟรีวีซ่าก็ทำเอาเราหยุดเที่ยวจีนไม่ได้เลย หลงเสน่ห์ประเทศนี้เข้าเต็มเปา! ใครที่กำลังลังเลใจ กล้าๆ กลัวๆ ว่าจะไปเที่ยวจีนด้วยตัวเองครั้งแรกดีมั้ย? แนะนำลองจองตั๋วบินไปเที่ยว “เซี่ยงไฮ้” ก่อนเป็นที่แรกเลยค่ะ เพราะเที่ยวง่าย การเดินทางสะดวกสบาย มีรถไฟใต้ดินไปถึงทุกที่ บ้านเมืองสะอาดสะอ้าน ไฮเทค...

วิธีขึ้นรถไฟความเร็วสูงประเทศจีน สำหรับเดินทางข้ามเมือง

หลังจากจีนฟรีวีซ่าให้คนไทยได้เข้าไปเที่ยวประเทศจีนอย่างสะดวกโยธินมากยิ่งขึ้นแล้ว เชื่อว่ามีสายเที่ยวหลายคนที่กำลังเมียงมองประเทศจีนไว้เป็นหนึ่งใน Destination List อาจจะตั้งคำถามว่า เที่ยวจีนด้วยตัวเองยากมั้ย? เราอยากจะย้ำความมั่นใจให้ว่า "เที่ยวจีนด้วยตัวเองไม่ยากอย่างที่คิด" เลยค่ะ โพสนี้เราก็เลยอยากมาแชร์ วิธีขึ้นรถไฟความเร็วสูงประเทศจีน ไว้ให้เป็นข้อมูล สำหรับคนที่มีแพลนอยากไปเที่ยวจีนด้วยตัวเอง อยากจะบอกว่าการเดินทางไปเมืองใกล้เคียงด้วยรถไฟความเร็วสูงนั้นเป็นวิธีที่คนจีนใช้กันเป็นเรื่องปกติมากๆ...

รีวิว ซัวเถา (Shantou) กิน เที่ยว มู รับเฮงปีมังกร 3 วัน...

ยินดีกับนักท่องเที่ยวไทยทุกคนที่กำลังจะมีประเทศฟรีวีซ่าให้เที่ยวเพิ่มอีกหนึ่งประเทศแล้ววว นั่นก็คือ “ประเทศจีน” นั่นเอง โพสนี้ก็เลยจะขอพาไปเปิดม่านเมือง "ซัวเถา" บ้านเกิดของคนไทยเชื้อสายจีนในอดีตที่โล้สำเภาเดินทางแบบเสื่อผืนหมอนใบมาตั้งรกรากในประเทศไทย จะขอพาไป กิน เที่ยว มู ในเมืองซัวเถา และแต้จิ๋ว หนึ่งในที่เที่ยวเมืองจีนที่เหมาะสำหรับคนที่เริ่มต้นเที่ยวเมืองจีนด้วยตัวเองเป็นครั้งแรกแบบเราที่สุด...

Popular Categories

Comments

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่